โรคติดต่อที่อันตราย

ประกาศแล้วว่า COVID-19 เป็น โรคติดต่ออันตราย ให้สิทธิ์สั่งปิด กักตัวผู้ป่วย

         เพิ่มอำนาจสั่งปิดสถานที่ กักตัวผู้ป่วยโควิด 19 หลังราชกิจจาฯ ประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตราย 

ราชกิจจาฯ เปิดเผยว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563
เรื่อง ชื่อและอาการที่สำคัญของ โรคติดต่ออันตราย ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2563 โดยประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) เป็นโรคติดต่อที่อันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อพ.ศ.2558  เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อที่อันตราย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคที่หนึ่งและมาตรา 6 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อพร้อมออกประกาศให้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่อันตรายที่สุด (ฉบับที่3) พ.ศ. 2563
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (14 ) ของข้อ 1 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่อันตรายที่สุด พ.ศ. 2559 (14) โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019(COVID-19)) ซึ่งจะมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อยหรือมีอาการของโรคปอดอักเสบ ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลวและอาจจะถึงขั้นเสียชีวิต

ทั้งนี้ประกาศฉบับนี้จะส่งผลให้ รัฐมีอำนาจในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรค สามารถสั่งปิดสถานที่ต่างๆ สามารถสั่งหยุดงานและมีอำนาจกักตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ ถ้าหากมีการฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกและปรับตามอัตราที่กำหนด

นักข่าวเกรดต่ำ

สื่อดัง ถามกลับนักวิชาการ หลังถูกรีทวิตข้อความตำหนิ นักข่าวเกรดต่ำ

กรณีที่สมาชิกของทวิตเตอร์รายหนึ่ง นำคลิปรายการที่นายกนก รัตน์วงศ์สกุล นำเสนอเกี่ยวกับการรวมตัวของกลุ่มนิสิตนักศึกและมีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ร่วมชุมนุมส่วนใหญ่สวมใส่หน้ากากอนามัยเพราะกลัวว่าคนอื่นจดจำใบหน้าของตนได้ เนื่องจากมีการนำป้ายข้อความล่อแหลมมาร่วมชุมนุมด้วย โดยในทวิตเตอร์ยังมีการระบุข้อความเชิงตำหนิว่า “นักข่าวเกรดต่ำ

ภายหลัง ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ม.หอการค้าไทย และเป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสังคม ซึ่งใช้ทวิตเตอร์ @dr_mana รีทวิต พร้อมกับเขียนข้อความเอาไว้ว่า “ได้แต่ถอนหายใจกับความคิดแบบนี้ ของคนที่อ้างตัวว่าเป็น สื่อ เฮ้อ…

ซึ่งนำไปสู่การโต้ตอบผ่านหน้าจอทีวี และมีการส่งข้อความส่วนตัวไปถามจากฝั่งนักวิชาการ ว่าทำไมถึงต้องตำหนิการทำหน้าที่ของสื่อด้วย เพราะคนที่ต่อว่าตนว่าเป็น นักข่าวเกรดต่ำ ก็ยังไม่รู้ความจริงของการนำเสนอรายการในครั้งนั้นเลยด้วยซ้ำ

ล่าสุด ดร.มานะ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์อีกครั้ง พร้อมกับข้อความว่า “ไหนๆผมก็ถูกสื่อดัง พูดขึ้นจอแล้ว หลายๆคนอาจจะงงว่าต้นตอของเรื่องนี้มาจากไหน มันมาจาก Tweet นี้ ที่ตัวผมเองไป Re-tweet พร้อกับมีความคิดเห็น ต่อจากนั้น มีการ inbox มาตามภาพ ด้วยความเคารพ ผมไม่ขอแสดงความคิดเห็นต่อ ขอบคุณครับ” ขณะที่ข้อความดังกล่าว กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

สื่อดัง ถามกลับนักวิชาการ หลังถูกรีทวิตข้อความตำหนิ นักข่าวเกรดต่ำ

 

สื่อดัง ถามกลับนักวิชาการ หลังถูกรีทวิตข้อความตำหนิ นักข่าวเกรดต่ำ

 

สื่อดัง ถามกลับนักวิชาการ หลังถูกรีทวิตข้อความตำหนิ นักข่าวเกรดต่ำ

 

สื่อดัง ถามกลับนักวิชาการ หลังถูกรีทวิตข้อความตำหนิ นักข่าวเกรดต่ำ

 

 

 

 

รังสิมันต์

รังสิมันต์ โรม ยอมรับ โกรธมาก หลังรู้ตัวไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ บิ๊กป้อม

         รังสิมันต์ โรม รับ รู้สึกโกรธมากๆหลังรู้แน่นอนแล้วว่าจะไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ปมป่ารอยต่อ 5 จังหวัด “บิ๊กป้อม” เหตุเตรียมงามแบบหามรุ่งหามค่ำ  

วันที่ 28 กุมภาพันธ์  นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก  Rangsiman Rome  รังสิมันต์ โรม

รับรู้สึกโกรธมากๆ วินาทีที่รู้ว่าจะไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภาคตะวันออก ของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เหตุเตรียมงานอย่างหนักมาตลอดหลายเดือนตั้งแต่เช้าจนถึงตอนดึก บางวันเลิกตี 1 ตี 2 แต่ไม่ลืมอ้อนแฟนคลับในโซเชียลแม้แต่ครั้งเดียว บอกแต่ว่า พอเห็นกำลังใจจากทุกๆท่านที่ให้ผมแล้ว ต้องบอกก่อนเลยว่าหายเหนื่อยเลยครับ

          ตั้งแต่ได้รับมอบหมายให้อภิปรายเรื่อง #ป่ารอยต่อ ของพลเอกประวิตร ผมกับทีมงานเตรียมข้อมูลมาหลายเดือนมากๆ เข้าเดือนสุดท้ายก่อนอภิปราย ผมแทบไม่มีเวลาที่จะด้ทำอย่างอื่น เช้าจนดึก บางวันเลิกตี 1 ตี 2

         จากที่เคยตอบข้อความ ตอบการแสดงความคิดเห็นใน FB อยู่เรื่อยๆและช่วงหลังๆก็แทบไม่มีเวลาได้ตอบเลย โดยเฉพาะข้อความที่พี่ๆน้องๆส่งเข้ามาเลย ต้องขออภัยด้วยน่ะครับ

วินาทีที่รู้ว่าจะไม่ได้อภิปรายในสภาฯแน่ๆ ตัวผมเองในตอนนั้นคือโกรธมากๆนะครับ แม้แต่ตอนลงไปปอภิปรายนอกห้องประชุม ที่จุดแถลงข่าวก็ยังโกรธอยู่ แต่ตอนนี้เห็นกำลังใจจากทุกท่านแล้ว ต้องบอกว่าหายเหนื่อยเลยครับ

       #กูสั่งให้มึงเข้าสภา ครับผม กำลังไปสภาครับ

 

ซันนี่

ชาวเน็ตเดือด “ซันนี่” ให้สัมภาษณ์ชี้นิสิตนักศึกษา ชุมนุมเพราะโดนยุยง

กลายเป็นประเด็นที่ร้อนแรงในโลกออนไลน์ในตอนนี้ หลังดาราหนุ่มอย่าง “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวถึงเรื่องของการออกมาชุมนุมของบรรดา นิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศ โดยบอกว่า หากเรื่องนี้จะโทษใคร ก็คงต้องโทษคนที่ยุยงปลุกปั่นแล้วล่ะ เพราะท้ายที่สุดแล้วไม่มีฝ่ายไหนที่ชี้ว่าอีกฝ่ายผิด แต่ที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ในตอนนี้ เพราะมีคนยุยงให้ทะเลาะกัน

เรื่องนี้ จุดกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะทวิตเตอร์ทันทีโดยแฮชแท็ก #ซันนี่เป็นสลิ่มหรอ พุ่งขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ของประเทศไทยในตอนนี้เลยก็ว่าได้ โดยชาวเน็ตหลายต่อหลายคนออกมาแสดงถึงความผิดหวัง ที่ดาราหนุ่มให้สัมภาษณ์ในลักษณะไม่เคารพความเห็นต่างๆของคนรุ่นใหม่เลย และดูถูกว่าการออกมาเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา เป็นเพียงแค่การถูกยุยงเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีการไปขุดคุ้ยโพสต์เก่าๆของเจ้าตัวอีกด้วย ที่เคยออกมาโพสต์ถึงเรื่องของการเมืองอยู่บ่อยๆเช่น โพสต์เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์  2557 ที่มีการเลือกตั้งทั่วไป ดาราหนุ่มคนนี้ได้โพสต์ภาพใน IG ส่วนตัว เป็นข้อความปรมาณว่า “ไม่ไปจ้ะ เสียเวลา ยืนตดใส่พัดลมมีประโยชน์กว่าเยอะ” ซึ่งการเลือกตั้งในครั้งนั้นก็เป็นโมฆะในท้ายที่สุด เนื่องจากมีการไปชุมนุมปิดล้อมเขตการลงคะแนนหลายแห่ง

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งก็มีชาวเน็ตออกมาแสดงความคิดเห็นขัดแย้ง พร้อมติดแฮชแท็ก #Saveซันนี่ โดยบอกว่า มีนักข่าวไปถาม เจ้าตัวเค้าก็แค่ตอบในสิ่งที่ตนเองคิด ทำไมถึงต้องถูกรุมต่อว่าด่าทอด้วย หรือยัดเยียดให้ซันนี่เป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วย  นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า หากเชื่อมั่นในแนวทางของประชาธิปไตย แล้วทำไมจึงไม่ยอมรับความเห็นต่างล้ะ

 

 

ญี่ปุ่น

หญิงสาวชาว ญี่ปุ่น ติดเชื้อโคโรนาซ้ำสอง หลังเพิ่งออกจากโรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่ของจังหวัดโอซากา ยืนยันว่าวันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ว่าหญิงสาวชาว ญี่ปุ่น คนหนึ่งที่ทำอาชีพเป็นไกด์ประจำรถทัวร์ ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อีกครั้ง หลังจากที่ทางแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งกรณีแบบนี้นับเป็นกรณีแรกของประเทศเลยก็ว่าได้

 การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ เกิดขึ้นในภายในช่วงที่สังคมของประเทศญี่ปุ่นกำลังกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) 

ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขของประเทศญี่ปุ่น บอกว่าขณะนี้มีจำนวนสะสมของผู้ที่ป่วยและเคยป่วยด้วยโรคนี้ทั้งหมดประมาณ 189 คน ในประเทศและยังไม่รวมกับผู้ที่ติดเชื้อบนเรือสำราญไดมอนด์ ปรินเซสอีกมากกว่าประมาณ 700 คน

ญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศแรก ที่พบว่ามีผู้ป่วยที่ติดเชื้อซ้ำๆเป็นครั้งที่สอง เพราะที่ผ่านมาก็มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศจีนมาแล้วเหมือนกัน  ซึ่งเป็นสถานที่ที่โรคโควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดเมื่อปลายปีที่แล้ว

ในขณะเดียวกัน เทศบาลกรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ก็ได้ออกมาเตือนให้งดหรือเลื่อนจัดการแข่งขันกีฬาออกไปก่อนเป็นระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ยังยืนว่าจะเดินหน้าจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคต่อไปในช่วงกลางปีนี้อย่างแน่นอน

โรงเรียนนานาชาติ

สั่งปิด โรงเรียนนานาชาติ ย่านดอนเมือง ไปทัศนศึกษาประเทศกลุ่มเสี่ยง

         สช. สั่งปิด โรงเรียนนานาชาติ ชื่อดังแถวๆดอนเมือง หลังพบว่าครูพานักเรียนรวมราวๆ 505 คน ไปทัศนศึกษาในประเทศกลุ่มเสี่ยง เพิ่งกลับถึงไทยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์

นักข่าวรายงานว่า (27 กุมภาพันธ์ ) นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เผยว่า ได้รับแจ้งรายงานเพิ่มว่าโรงเรียนนานาชาติ แห่งหนึ่งแถวๆดอนเมือง มีการพานักเรียนไปทัศนศึกษาในประเทศกลุ่มเสี่ยง จำนวนประมาณ 505 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีคุณครูรวมอยู่ด้วยประมาณ 60 คน และได้เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้

เบื้องต้น ทางโรงเรียนได้สั่งให้กลุ่มของนักเรียนและครูที่เดินทางไปทัศนศึกษา เก็บตัวอยู่ภายในบ้านพักเพื่อสังเกตุดูอาการและให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

โรงเรียนดังกล่าว มีนักเรียนทั้งหมดรวมกว่าพันคน แม้ว่ากลุ่มที่เดินทางไปทัศนศึกษาต่างประเทศนั้น จะยังไม่ได้เข้ามาภายในพื้นที่ของโรงเรียน แต่เพื่อความสบายอกสบายใจ สช.จึงสั่งให้ปิดโรงเรียนไปก่อนและให้นักเรียน เรียนผ่านระบบออนไลน์แทนไปก่อน เพราะทางโรงเรียนนานาชาติก็มีระบบนี้อยู่แล้ว” นายอรรถพล ระบุไว้

ส่วนโรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง ที่มีนักเรียนรายหนึ่งติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว และจะมีการเพิ่มจำนวนหรือไม่เพิ่มจำนวนนั้น ยังไม่ได้รับรายงานที่แน่ชัดแต่ได้กำชับให้ผู้บริหารดูแลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแล้ว

อีกไม่กี่วันโรงเรียนก็จะปิดภาคเรียนแล้ว จึงได้กำชับให้เฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณะสุขอย่างใกล้ชิด แต่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือโรงเรียนนานาชาติ เพราะมีการเปิดปิดภาคเรียนไม่เหมือนโรงเรียนไทย และมีการเดินทางไปทัศนศึกษาต่างประเทศเป็นเรื่องที่ปกติอยู่แล้ว ดังนั้นจึงได้กำชับไปว่า หากโรงเรียนใดเตรียมเดินทางไปทัศนศึกษาที่ต่างประเทศ ก็ขอให้ทบทวนและยกเลิกการเดินทางไปก่อน โดยเฉพาะในประเทศที่เป็นประเทสกลุ่มเสี่ยง  นายอรรถพล ระบุไว้

ทั้งนี้ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ สช.จะนัดประชุมกับโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ เพื่อที่จะได้ชี้แจงแนวทางการป้องกันอย่างถุกต้อง เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่และน่ากังวลมากที่สุด เนื่องจากมีการแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้วในตอนนี้

 

ฮ่องกง

ฮ่องกง แจกเงินประชาชน คนละ 4 หมื่นบาท หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

         ททางด้านรัฐบาลของ ฮ่องกง มีแผนที่จะแจกเงินประชาชนราวๆ 1,300 ดอลลาร์ หรือเป็นเงินไทยประมาณ 40,000 บาทไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จากไวรัสโคโรนาและการชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อ

(27 กุมภาพันธ์) รัฐบาลฮ่องกงมีแผนที่จะแจกเงินราวๆ 1,300 ดอลลาร์ หรือ ประมาณ 40,000 บาทไทยให้กับประชาชนชาวฮ่องกงทุกคนที่อายุเกิน 18 ปี เพื่อช่วยลดความเดือดร้อนจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งเชื้อไวรัสโคโรนาและที่จากการชุมนุมประท้วงอย่างยืดเยื้อ ไม่ยอมจบสักที

ในตอนนี้ฮ่องกงมีปัญหาขาดงบประมาณอยู่เกือบๆ 5,000 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 1.3% ของผลผลิต GDPทั้งหมด  และคาดว่าการขาดงบประมาณซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีนี้จะยังมีอยู่ต่อไปในช่วงห้าปีข้างหน้าอย่างแน่นอน

 

เมืองตรัง

วุ่นกันทั้ง เมืองตรัง หนุ่มจีนไข้สูงหนีจากโรงพยาบาล ตามเจออยู่ในผับ

(27 กุมภาพันธ์ 63) เมื่อคืนที่ผ่านมานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง ร่วมกับตำรวจการท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ต้องระดมกำลังกันออกตามหาตัวชายชาวจีนจำนวน 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีอาการป่วย มีไข้ขึ้นสูง และเดินทางไปพบหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในตัว เมืองตรัง จากนั้นคนไข้ทั้ง 2 คน ได้หายตัวออกไปจากโรงพยาบาลเอกชน  ทำเอาตำรวจและหมอ วิ่งวุ่นกันทั้งเมืองเพื่อติดตามหาตัวคนไข้

จนกระทั่งไปพบตัวเข้าไปนั่งอยู่ภายในสถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่ง กลางเมืองตรัง จากการซักถามประวัติส่วนตัวของชายชาวจีนคนนี้ พบว่า ทำงานอยู่ในโรงงานแห่งหนึ่งที่จังหวัดตรังนานแล้ว ไม่ได้เดินทางมาจากจีน ก่อนที่จะมีไข้สูง ได้ออกเที่ยวทะเล ตากแดดทั้งวันกับเพื่อนฝูงและเมื่อคืนที่ผ่านมามีอาการไข้ขึ้นสูง จึงเดินทางมาจากบ้านพักเพื่อมารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน แต่แพทย์ไม่ยอมมาตรวจนานเป็นชั่วโมง จึงออกมาจากโรงพยาบาลเอกชนแล้วมานั่งที่สถานบันเทิง เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบนำไปที่โรงพยาบาลตรัง เพื่อตรวจหาเชื้อ ท่ามความแตกตื่นของผู้คนทั่วทั้งเมือง

ล่าสุดทางโรงพยาบาลตรัง ได้ออกมาแถลงการณ์ยืนยันผลตรวจชาวจีนที่อยู่ในข่ายสงสัยตามนิยามของกระทรวงสาธารณสุขว่า อาจเป็นผู้ป่วยโรคเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ (COVID -19) หลังจากเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ได้รับการดูแลรักษาในห้องแยกโรคของโรงพยาบาลตรัง และได้ตรวจยืนยันอย่างเร่งด่วนแล้ว ซึ่งผลการตรวจตามวิธีการตามมาตรฐานไม่มีการติดเชื้อหรือไม่พบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสแต่อย่างใดเลย

พร้อมสั่งกำชับให้นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวป้องกันตนเองให้ดี รวมทั้งกักพื้นที่ของตนเอง เพื่อเฝ้าระวังตัวเอง โดยให้คอยสังเกตอาการให้ครบ 14 วัน ซึ่งหากพบว่ามีอาการป่วยอีกก็ให้แจ้งมาทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งรถไปรับ เพื่อมาเข้าสู่กระบวนการตรวจเช็คร่างกายอีกครั้งหนึ่งอย่างละเอียด และถ้าหากพบเชื้อก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป

 

สิงโต

วัยรุ่นปากีสถานวัย 18 ปี หายตัวปริศนา 2 วัน พบซากอยู่ในตัว สิงโต

         เจ้าหน้าที่ตำรวจของปากีสถานเร่งสืบสวนสอบสวนหา สาเหตุการเสียชีวิตของวัยรุ่นชายชาวปากีสถาน ที่หายตัวไป 2 วัน ก่อนที่จะพบซากชิ้นส่วนของเขาในตัวของ สิงโต ตัวหนึ่งที่อุทยานสัตว์ป่าเมืองลาฮอร์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมานี้

นายมูฮัมหมัด ไบลาล วัยรุ่นชาวปากีสถานวัย 18 ปี ถูกพบเป็นซาก โดยเจ้าหน้าที่ของอุทยานสัตว์ป่าในเมืองลาฮอร์เมื่อวันพุธ ขณะที่ครอบครัวของนายมูฮัมหมัด กล่าวหาอุทยานสัตว์ป่าในพื้นที่ว่าบกพร่องและขาดความรับผิดชอบในการดูแลรักษาความปลอดภัยของผู้ที่เข้าชม จนนำไปสู่การตายของนายมูฮัมหมัด และมีการประท้วงเพื่อเรียกร้องให้มีการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด

ด้านผู้ช่วยของผู้อำนวยการอุทยานสัตว์ป่าเมืองลาฮอร์ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของครอบครัวนายมูฮัมหมัด และว่าทางอุทยานว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยที่มากเพียงพอ โดยตั้งคำถามว่า นายมูฮัมหมัดอาจจะถูกฆ่าก่อนที่จะถูกนำร่างของเขามาไว้ที่อุทยานแล้วหรือเปล่า พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลของปากีสถานเริ่มต้นการสืบสวนสอบสวนเพื่อความเป็นธรรมกับทุกๆฝ่ายเท่าๆกัน