นอนตาย

หนุ่มใหญ่ นอนตาย ปริศนาริมถนนกลางกรุง พร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่

หนุ่มใหญ่ นอนตาย ปริศนาริมถนนกลางกรุง พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ หนุ่มใหญ่จากเชียงใหม่เดินทางมาหาป้าที่กรุงเทพมหานคร แต่กลายเป็นศพนอนตายอยู่ริมถนนข้างๆมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ญาติไม่กังวลติดเชื้อโควิด-19 เพราะผู้ตายมีโรคประจำตัวหลายอย่าง

นักข่าวรายงานสถานการณ์ว่า (6 มีนาคม ) เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. สน.พหลโยธิน ได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้เสียชีวิตบริเวณกลางซอยแห่งหนึ่ง ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ที่เกิดเหตุริมถนนพบศพ นายปริญญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ สภาพศพนอนตะแคงซ้าย สวมใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีดำคาดเหลือง กางเกงขายาวสีดำ

ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยของการโดนทำร้าย คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 ชั่วโมง ที่ตัวพบแต่กระเป๋าสะพาย มีบัตรเอกสารต่างๆและยาพ่นสำหรับโรคหอบหืด กระเป๋าเป้คาดหลังมีเสื้อผ้าและยารักษาโรคหลายชนิด และยังพบกระเป๋าเดินทางล้อลากอยู่ใกล้ๆกับศพข้างในมีเสื้อผ้าจำนวนมาก

จากการสอบสวนพยาน ทราบว่า ผู้ตายมาหาป้าซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ที่อยู่ห่างจากจุดพบศพเพียงไม่กี่หลัง ซึ่งทางญาติของผู้ที่เสียชีวิตก็บอกว่า ผู้ตายได้เดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ (5 มีนาคม )ที่ผ่านมานี้ เพื่อมาอาศัยอยู่ด้วยกัน

โดยผู้ตายมีประวัติการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสันทราย เป็นทั้งโรคหัวใจ ความดัน เบาหวานและยังเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ไม่มีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศแต่อย่างใด  จึงไม่ได้กังวลว่าการตายครั้งนี้จะเกี่ยวกับโรคโควิด-19

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจให้มูลนิธินำศพส่งชันสูตรสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุของการตายที่แท้จริง ก่อนที่จะให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

 

 

หายตัว

เด็ก2ขวบ หายตัว หลังจุดธูปบอกเจ้าที่ จู่ๆ เดินออกมาจากเล้าเป็ดจุดที่คนไปดูแล้ว

เด็ก2ขวบ หายตัว หลังจุดธูปบอกเจ้าที่ จู่ๆ เดินออกมาจากเล้าเป็ดจุดที่คนไปดูแล้ว เด็กชายวัย 2 ขวบ หายตัวออกจากห้องพัก แม่ร้องไห้แทบใจจะขาดคิดว่าจมน้ำเสียชีวิต สุดท้ายชาวบ้านจุดธูปบอกเจ้าที่ จู่ๆ เด็กเดินออกมาเองจากเล้าเป็ดเอง ทั้งที่มีคนกว่า 10 คน เดินเข้าออกไปหามาแล้ว

นักข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (5 มีนาคม ) เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ได้รับแจ้งจาก น.ส.มีนา ( นามสมมุติ ) อยู่ที่ห้องพักไม่มีชื่อ หมู่ 8 ตำบลบ้านสวน  อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ว่าลูกชาย คือ เด็กชายโป้ อายุ 2 ขวบ ได้หายตัวออกจากห้องไปและตามหาจนทั่วแล้วก็ไม่เจอ

จึงรีบเข้าไปตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ภัยไตรคุณธรรมชลบุรี ตรวจสอบภายในพื้นที่ใกล้เคียงห้องพัก พบเป็นป่ารกร้างและบ่อน้ำ มีเล้าเป็ดเล้าไก่ห่างจากตัวบ้านไปประมาณ 3 เมตร ซึ่งใช้เวลาเดินหากันจนทั่วราวๆเกือบ 1 ชั่วโมง ก็หาไม่เจอทำให้ น.ส.มีนา ผู้เป็นแม่ ร้องไห้ออกมา  คิดว่าลูกของตนอาจจะเดินไปและพลัดตกน้ำเสียชีวิต

ต่อมา นายแดง (ขอสงวนนาม) ชาวบ้านได้จุดธูป 1 ดอก กราบไหว้บอกกล่าวกับทางเจ้าที่เจ้าทางให้เปิดทางพบเด็ก ตามความเชื่อว่าป่าแถวนี้มีเจ้าป่าเจ้าเขา เจ้าที่เจ้าทางปกปักรักษาอยู่และก็ต้องเหลือเชื่อ เด็กชายโป้ได้เดินออกมาจากเล้าเป็ด ที่อยู่ข้างๆบ้านท่ามกลางความงุนงงของทุกคนที่ตามหา เพราะเล้าเป็ดนั้นมีขนาดที่เล็ก และมีคนกว่า 10 คนก็เดินเข้าออกไปดูมาแล้ว แต่ไม่พบเห็นเด็กเลย

ด้าน นายวันชัย อายุ 51 ปี ได้พาไปดูที่เล้าเป็ด พร้อมกับบอกว่า ได้เดินไปดูหลายรอบแล้วแต่ไม่เจอ เหลือเชื่อคิดว่าผีบังตาแน่นอน พอจุดธูปได้ประมาณ 10 นาที เด็กก็เดินออกมาเลย เหมือนจุดธูปเปิดทางหรือชี้ทางออกให้เด็กออกมาได้นั่นเอง

 

คุณหมอ

คุณหมอ วอนอย่าขโมยหน้ากาก หลังจากที่ถูกมือดีฉกหน้ากากไปยกกล่อง

จากใจ  คุณหมอ  วอนอย่าขโมยหน้ากากอนามัยเลย หลังจากที่ถูกขโมยย่องฉกตามห้องตรวจยกกล่อง! โอ้ยแค่ทำงานก็เสี่ยงมากพออยู่แล้ว ยังจะมาขโมยหน้ากากกันอีก

กลายเป็นสถานการณ์ที่ทำให้คนไทยตื่นตัวในการสวมหน้ากากอนามัยเพิ่มมากยิ่งขึ้น หลังจากที่มีสถานการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5 ระบาดหนักในช่วงที่ผ่านนี้ และยังไม่มีวี่แววที่จะแก้ไขได้เลย รวมไปถึงการแพร่ระบาดของ “โควิด-19” ที่ในปัจจุบันกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆและอาจจะหนักกว่าเดิม  ทำให้หน้ากากอนามัยเป็นสิ่งที่จำเป็นเอามากๆในตอนนี้  จนหาซื้อได้ยากมากๆ ทั้งยังมีราคาที่สูงตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว และอย่างล่าสุดโลกโซเซียลต่างๆเกิดการวิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังจากที่ ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “อย่าขโมยมาสก์จากห้องตรวจตามโรงพยาบาลเลยนะครับ แค่นี้พวกผมเสี่ยงมากอยู่แล้ว หยิบไปทั้งกล่องจะเหลืออะไรครับ”

 

ยกเลิกสงกรานต์

จังหวัดขอนแก่น สั่ง ยกเลิกสงกรานต์ เพื่อป้องกันไม่ให้โควิดเกิดการแพร่ระบาด

นายกเทศมนตรีขอนแก่น ประกาศ ยกเลิกสงกรานต์ ถนนข้าวเหนียว  เพื่อการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อ”โควิด-19″ แต่ยังให้จัดกิจกรรมอื่นๆ เช่น การตักบาตร การรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ

ยังคงต้องเฝ้าจับตามองกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์การของการแพร่ระบาดของเชื้อ “โควิด-19” ที่มีศูนย์กลางจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน จนทำให้ประชาชนและชาวไทย ต่างก็ตื่นตัว กระตือรือร้นในการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่ากันทั้งนั้น

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม  นายธีระศักดิ์ ฑีมายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลขอนแก่น เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว ได้มีการเข้าร่วมประชุมกับทางคณะกรรมการการจัดงานมหาสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว ซึ่งมีการจัดมาอย่างต่อเนื่องตลอด 16 ปี โดยได้ข้อสรุปให้มีการยกเลิก แต่ยังคงให้มีกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเพณีสงกรานต์ที่บึงแก่นนคร เช่น  การตักบาตรพระสงฆ์ การรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ฯลฯ

 

ขุดคลอง

หนุ่มสงขลา ใช้เวลา 17 ปี ขุดคลอง กลางป่า ให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์

         ชายชาวสงขลา วัย 41 ปี ใช้เวลาประมาณ 17 ปี เพื่อ ขุดคลอง ด้วยมือกลางป่าพรุน้ำน้อย จนกลายเป็นหนึ่งในคลองที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ให้ชาวบ้าน

ที่ จ.สงขลา มีเรื่องราวที่น่าทึ่งของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ลงแรงขุดคลองด้วยสองมือของเขา ความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลานานกว่า 17 ปี และในปัจจุบันนี้กลายเป็นแหล่งทำมาหากินและใช้ประโยชน์ของชาวบ้านทั้งให้ควายกินน้ำ ปลูกผักบุ้งและในการหาปลา ชายคนนี้คือ นายจิระศักดิ์ มีสวน อายุ 41 ปี หรือ พี่หมาน เป็นชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งมีอาชีพเลี้ยงควายอยู่ในพื้นที่บริเวณทุ่งพรุน้ำน้อย ในหมู่2 ต.น้ำน้อย ซึ่งเป็นทุ่งพรุและซับน้ำที่ใหญ่ที่สุดของ อ.หาดใหญ่ เนื้อที่กว่า 5,000 ไร่

และมีคลองอยู่สายหนึ่งซึ่งเป็นคลองเล็กๆกลางทุ่งพรุความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ที่ นายจิระศักดิ์ หรือพี่หมาน ลงทุนลงแรงขุดด้วยมือของเขาเอง โดยใช้แค่พลั่วเพียงอันเดียวเป็นเครื่องทุ่นแรง มีความกว้างประมาณ 10 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร และปัจจุบันมีน้ำขังตลอดทั้งปีและชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ในการปลูกผักบุ้ง หาปลามาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง และควายได้กินน้ำในคลองเล็กๆสายนี้

 ซึ่งนายจิระศักดิ์ เล่าถึงความเป็นมาของคลองที่ตนได้ใช้มือขุดขึ้นมาเพียงคนเดียวตลอดระยะเวลา 17 ปี ว่า มีอาชีพเลี้ยงควายอยู่ในทุ่งพรุน้ำน้อยมาทั้งชีวิต เรียกว่าใช้ชีวิตตั้งแต่ตะวันขึ้นจนถึงตะวันตกดินอยู่ที่พรุแห่งนี้มาเกือบทั้งชีวิต และเริ่มลงมือขุดคลองมาเมื่อประมาณปี 2546 เพื่อเชื่อมต่อกับคลองตันและคลองขุด

         ซึ่งเป็นคลองสายหลักของทุ่งพรุน้ำน้อย และใช้เวลาว่างจากการเลี้ยงควาย ขุดมาเรื่อยๆตลอดเวลาประมาณ 17 ปี จนในปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นคลองที่อยู่กลางทุ่งพรุน้ำน้อย ที่ใช้น้ำในคลองเอาไว้เลี้ยงควาย ปลูกผักบุ้งกิน และชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันอีกด้วย และจนถึงตอนนี้ตนก็ยังขุดลอกคลองแห่งนี้ในช่วงที่คลองตื้นเขินเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย 

 

ขุดคลอง

หนุ่มสงขลา ใช้เวลา 17 ปี ขุดคลอง กลางป่า ให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์

 

ขุคลอง

หนุ่มสงขลา ใช้เวลา 17 ปี ขุดคลอง กลางป่า ให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์

ดวงดีอีกแล้ว

โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม ดวงดีอีกแล้ว อ่างน้ำมนต์ฤๅษีเณรให้โชค 120 ใบ

          ตลกชื่อดังถูกหวยอีกครั้ง ดวงดีอีกแล้ว สำหรับ โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม ได้โชคมาจากอ่างน้ำมนต์อาศรมฤๅษีเณร ถูกหวยเลขท้าย 2 ตัวตรงๆถึง 120 ใบ

  นักข่าวรายงานว่า (3 มีนาคม ) ที่อาศรมฤๅษีเณร ม.4 ต.โพแตง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา นายพงษ์ศักดิ์ โสภักดี หรือ โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม ลูกศิษย์อาจารย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ หลังจากที่ถูกรางวัลลอตเตอรี่ รางวัลเลขท้าย 2 ตัว เลข 98 จำนวน120 ใบ มูลค่า 240,000 บาท

เนื่องจากงวดที่ผ่านมา เลขอ่างน้ำมนต์เข้าทั้ง 2 ตัวและ 3 ตัว ทำให้ประชาชนเริ่มทยอยเข้ามาแก้บนกันเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว  โดยนำของเล่นและน้ำแดงมาถวายกุมารทองเจ้าสัวเฮงและนำฟักทองมาถวายพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศ เนื่องจากถูกรางวัลจากเลขท้ายสองตัว 98 งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2563 เนื่องจากเป็นตัวเลขที่ปรากฏอยู่ในอ่างน้ำมนต์

ทางด้านของ โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม ได้บอกว่า งวดนี้ตนเองได้เลขมาจากทะเบียนรถเหมือนเดิม เนื่องจากมีคนทักมาว่าตนจะได้โชคได้ลาภจากรถของตนเอง ซึ่งงวดที่แล้วเลขท้าย 2 ตัว ออก 94 ทะเบียนรถของตนเองคือ 8494 ซึ่งมีเลข 4 ที่เป็นเลขซ้ำกัน

ตนจึงได้ตัด 4 ออกเหลือเพียงแค่เลข 8 และเลข 9 เพื่อนำมาซื้อลอตเตอรี่ ซึ่งตรงกับอ่างน้ำมนต์ของอาศรมฤๅษีเณร คือเลข 98 ซึ่งถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว จำนวน 120 ใบ  เพราะว่าตนเองมั่นใจในเลขที่ได้ เพราะทะเบียนของตนยังไปตรงกับรถยนต์ของอาจารย์ฤๅษีเณรธาตุพุทธคุณเหมือนกัน

ทั้งนี้ โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม ยังได้เชิญชวนประชาชน หากว่าอยากจะโชคดีมีโชคลาภแบบตน ให้เข้ามากราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์ในสำนักอาศรมฤๅษีเณร ทั้งพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศและกุมารทองเจ้าสัวเฮงเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม ดวงดีอีกแล้ว อ่างน้ำมนต์ฤๅษีเณรให้โชค 120 ใบ

 

โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม ดวงดีอีกแล้ว อ่างน้ำมนต์ฤๅษีเณรให้โชค 120 ใบ

 

ขยะติดเชื้อ

ผวา ขยะติดเชื้อ ถุงน้ำยาล้างไตใช้แล้วถูกโยนทิ้งริมถนน เกือบพันถุง

(2 มีนาคม 63) เพจเฟซบุ๊ก ปทุมธานีที่นี่มีแต่เรื่อง ได้โพสต์รูปภาพถุงน้ำยาล้างไตถูกทิ้งไว้ข้างถนน พร้อมเขียนข้อความว่า “โรคระบาดก็กำลังลุกลามอย่างรวดเร็ว ถ้ายิ่งมักง่ายแบบนี้ก็คงจะไปกันใหญ่ สภาพถุงน้ำยาล้างไตและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ถูกทิ้งภายในซอยบงกช 40 ถนนเลียบคลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรจะมีการจับเก็บที่ดีกว่านี้เพราะเป็น ขยะติดเชื้อ มักง่าย!!!”

จากนั้นก็มีแฟนเพจได้เข้าไป แสดงความคิดเห็นประณามการกระทำของผู้นำมาทิ้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่บริเวณถนนเลียบคลองสองฝั่งตะวันตก ปากซอยสะพานสีม่วง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

จากการตรวจสอบพบว่าซอยนี้เป็นซอยที่เปลี่ยวและมักมีคนมักง่ายนำขยะทุกชนิดมาทิ้งเอาไว้บ่อยครั้ง โดยมีป้ายห้ามทิ้งของทางเทศบาลเมืองคลองหลวงติดอยู่เพื่อให้ประชาชนที่พบผู้ทิ้งขยะช่วยแจ้งเบาะแสแก่ทางเจ้าหน้าที่และนำไปสู่การจับกุม โดยที่บริเวณปากซอยพบถุงน้ำยาล้างไตจำนวนมากเกือบๆ 1,000 ถุง ถูกทิ้งเอาไว้ ซึ่งโดยปกติแล้วถุงเพวกนี้เป็นขยะที่ติดเชื้อที่ต้องกำจัดแบบถูกวิธีเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ทางด้านเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขเทศบาลเมืองคลองหลวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ รพ.สต.คลองสอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมทั้งเก็บถุงน้ำยาล้างไตใส่ในถุงแดง ซึ่งเป็นถุงที่บ่งบอกถึงขยะติดเชื้อนำกลับไปเพื่อทำลายอย่างถูกต้อง พร้อมกับฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่บอกว่า น่าจะเป็นสถานพยาบาลที่นำมาทิ้งไว้ไม่น่าจะเป็นของผู้ป่วยตามบ้าน เพราะมีจำนวนมากเกือบๆ 1,000 ชิ้น หากเป็นของประชาชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่มีการแนะนำการปฏิบัติการกำจัดขยะติดเชื้ออย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจายอยู่แล้ว

ขยะติดเชื้อ

อาการป่วย

สาธารณสุข ยืนยัน หน้ากากอนามัยแบบมีสารเคลือบ ค่อยใช้ตอนมี อาการป่วย

         นายทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 10 แถลงวันนี้ (2 มีนาคม ) ว่าหน้ากากอนามัยแบบที่มีสารเคลือบสำหรับใช้ในการแพทย์ (Surgical Mask) แนะนำให้ใช้ตอนที่ผู้ใช้มี อาการป่วย เท่านั้น เนื่องจากว่าการผลิตทำได้จำกัดและเมื่อมีความต้องการจากผู้ที่ใช้งานพร้อมกันเป็นจำนวนมาก ก็อาจทำให้เกิดการขาดตลาดได้

ก่อนหน้านี้ แพทย์รายหนึ่งในสหรัฐให้ความเห็นว่า ผู้ที่ไม่มีอาการป่วยไม่ต้องใช้หน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ขณะเดียวกันการสวมใส่หน้ากากอนามัยจะยิ่งทำให้มือของผู้ใช้สัมผัสกับใบหน้าตัวเองเพิ่มมากขึ้น เพราะต้องใช้มือในการถอด ใส่ หรือจัดหน้ากากอนามัย จึงยิ่งเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อมากเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 สาธารณสุขวิเทศก์รายนี้บอกว่า ชุดความรู้นี้เป็นความจริงทั้งหมด 

“อันที่ 2 เป็น Surgical Mask เป็นหน้ากากอนามัยแบบที่มีสารเคลือบด้านหน้านะครับ เพื่อป้องกันการซึมผ่านของละอองต่างๆ หยดของสารคัดหลั่งจากร่างกายทั้งหลาย ตรงนี้เราขอเน้นย้ำให้กับคนที่ป่วยและบุคลลที่ได้รับผิดชอบผู้ป่วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่บอกว่าแจกไป 3 ชิ้นเนี่ย ก็คือ ไว้ตอนป่วยนะครับ ค่อยใช้ เพราะว่าตอนนี้เกิดดีมานด์มากๆ ต้องการกันเยอะๆแล้วเอาอันนี้ใช้กันเลย เพราะฉะนั้นมันก็เลยทำให้ขาดตลาด เพราะฉะนั้นใช้เมื่อมีความจำเป็นจริงๆ อย่างที่ต่างประเทศก็ให้ข้อมูลชุดนี้มาเหมือนกัน ซึ่งก็ถูกต้องตามที่เค้าให้ข้อมูลมานะครับ” นายทวีศิลป์ บอก

นอกจากนี้ นายทวีศิลป์ ยังบอกถึงหน้ากากอนามัยอีก 2 ประเภท คือ หน้ากากแบบผ้า ที่สามารถทำได้เอง และหน้ากากอนามัยแบบ N95 (เอ็นเก้าห้า) โดยหน้ากากอนามัยแบบผ้าป้องกันโรคไม่ได้อยู่แล้ว 100% แต่ก็เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนมากๆและมีความเสี่ยงที่ต่ำ ขณะที่หน้ากากแบบ N95 จะใช้ก็ต่อเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อแล้วเท่านั้น

 นายทวีศิลป์ ย้ำว่า ไม่ว่าจะใส่หน้ากากอนามัยอย่างไร ก็ขอให้ใส่ให้ถูกประเภท

 

เสียชีวิต

ชายไทย วัย 35ปี เสียชีวิต จาก โควิด-19 รายแรกในประเทศไทย

เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ของวันนี้ (1 มีนาคม 2563 ) มีการแถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า

มีผู้ เสียชีวิต 1 รายเป็นชายชาวไทย เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้ ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ร่วมกับติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งรักษาตัวมาเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน โดยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะย้ายมาเข้ามารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูรเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์  แต่ตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ซึ่งไข้เลือดออกเป็นโรคที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงอยู่แล้ว เมื่อเป็นพร้อมกันจึงยากต่อการดูแลรักษา

  อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ป่วยรายนี้ได้ทำเต็มที่แล้ว พร้อมกับแสดงความเสียใจมายังญาติของผู้ที่เสียชีวิตดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้ นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ว่า

“ผู้ป่วยชายชาวไทยอายุประมาณ 35 ปี ทำงานขายสินค้าและติดไวรัส covid-19 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 18.25 น.

ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีโรคประจำตัวใดๆทั้งสิ้น และได้เข้ารับการดูแลรักษาตามมาตรฐานที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิกฤติหลายๆท่าน และได้รับเครื่องช่วยให้ออกซิเจนในเลือด ECMO

แต่เนื่องจากประเทศไทยได้รับยา favipiravir ในระยะหลัง โดยผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ใส่เครื่องช่วยหายใจและถึงแม้ว่าจะทำให้เชื้อไวรัสหายไปหมดก็ตาม แต่มีเนื้อปอดเสียหายมากๆและในที่สุดผู้ป่วยก็ได้เสียชีวิตอย่างสงบ

นี่เป็นตัวอย่างที่สำคัญว่าโรคนี้สามารถแพร่ได้ในคนที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยเท่านั้น และแม้แต่ไม่มีโรคประจำตัวก็มีอาการถึงขั้นวิกฤตได้

นอกจากนั้นการวินิจฉัยเบื้องต้น ผลจากห้องปฏิบัติการออกมาว่า เป็นไข้เลือดออก ทำให้พยาบาลที่เข้าไปดูแลในวันแรกติดเชื่อไวรัสนี้ไปด้วย และมีอาการปอดบวมขั้นรุนแรงทั้งสองข้างแต่ได้รับยาทัน และกลับบ้านไปแล้วแต่อย่างไรก็ตามมีเนื้อปอดที่เสียหายอยู่ระดับหนึ่ง”

ข่าวปลอม

ศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์ ข่าวผู้ป่วยติดโควิด-19 ที่ ม.ดัง นครปฐม เป็นข่าวปลอม

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีข่าวออกมาให้เห็นในสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่มีผู้โพสต์ข้อความว่า ในมหาวิทยาลัยย่านนครปฐมมีผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทางศูนย์ต่อต้าน ข่าวปลอม ได้ตรวจสอบความจริงกับทาง กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลปลอมทั้งหมด

และทางมหาวิทยาลัยต้นเรื่องได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า มีคนที่เข้าข่ายต้องสงสัยว่าอาจสัมผัสเชื้อไวรัส COVID-19 หลังจากที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการส่งบุคคลดังกล่าวเข้ารับการตรวจแล้ว ผลการตรวจด้วยวิธีการมาตรฐาน พบว่าไม่มีการติดเชื้อไวรัส COVID-19

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าไปหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆและเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของเชื้อไวรัส COVID-19 สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/index.php หรือโทร. 1422 ได้ตลอด 24 ชม

 

1 2 3 4